- Member Since: October 10, 2026
- https://docs.monadical.com/_YFSF_EoR8qSh1t9j_vjzg
Description
ทนายอาสาว่าความในศาลได้ไหม หรือช่วยได้แค่ให้คำปรึกษา
หลายคนที่กำลังมีคดีและไม่มีเงินจ้างทนายมักถามว่า ทนายอาสา ว่าความ ได้ ไหม คำตอบคือขึ้นอยู่กับโครงการและเงื่อนไขการอนุมัติของแต่ละแห่ง บางโครงการให้ความช่วยเหลือถึงขั้นว่าความในศาลแทนเราได้จริง แต่บางแห่งให้ได้เพียงคำปรึกษาและช่วยร่างเอกสารเท่านั้น สิ่งสำคัญคือต้องรู้ขอบเขตของโครงการนั้นก่อนตัดสินใจ เพราะถ้าเข้าใจผิดคิดว่าจะได้ทนายไปยืนว่าความให้ แต่จริง ๆ ได้แค่คำปรึกษา อาจทำให้เตรียมตัวผิดและเสียสิทธิในคดี
อีกเรื่องที่คนไม่เคยขึ้นศาลมักสับสน คือทนายอาสาไม่ใช่คนที่เราไปเจอที่ศาลแล้วขอให้ช่วยทันที ต้องผ่านขั้นตอนการยื่นคำขอต่อหน่วยงานหรือโครงการที่มีอยู่ก่อน และต้องรอการพิจารณาว่าเข้าเงื่อนไขหรือไม่ จึงควรวางแผนล่วงหน้าเสมอ หากยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มตรงไหน การปรึกษาคนที่มีประสบการณ์หรือค้นหาผู้ช่วยเหลือผ่านช่องทางอย่าง https://thanaidee.com/ จะช่วยให้เห็นทางเลือกชัดขึ้น
ทนายอาสาว่าความแทนเราในศาลได้จริงไหม?
ทำได้ แต่ไม่ได้ทุกโครงการ การว่าความในศาลเป็นสิทธิที่กฎหมายเปิดให้ทำได้ และทนายอาสาที่ผ่านการขึ้นทะเบียนก็สามารถว่าความแทนเราได้เช่นเดียวกับทนายทั่วไป อย่างไรก็ตาม แต่ละโครงการจะกำหนดขอบเขตงานไว้เองว่าครอบคลุมถึงชั้นศาลหรือให้เพียงคำปรึกษาและร่างเอกสาร บางแห่งช่วยถึงขั้นยื่นฟ้องและต่อสู้คดี บางแห่งให้แค่คำแนะนำก่อนไปดำเนินการเอง
ดังนั้นคำตอบที่ตรงที่สุดคือ ต้องดูที่รายละเอียดของโครงการนั้นเป็นรายกรณี ไม่ใช่คำถามว่า "ทนายอาสาทำได้ไหม" แบบเหมารวม เพราะขอบเขตความช่วยเหลือขึ้นอยู่กับนโยบาย งบประมาณ และประเภทคดีที่แต่ละแห่งรับดูแล
ทนายอาสากับทนายที่เราจ้างเอง ต่างกันตรงไหน?
ต่างกันที่ที่มาและการควบคุมงาน ทนายที่เราจ้างเองเกิดจากสัญญาจ้างระหว่างเรากับทนายโดยตรง เรากำหนดขอบเขตงานและตกลงค่าตอบแทนกันเอง ส่วนทนายอาสาเกิดจากโครงการช่วยเหลือ ซึ่งมีเงื่อนไขการรับงานและข้อจำกัดที่เรามักต่อรองไม่ได้ เหมือนเป็นงานที่ทำตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
ประเด็นสำคัญคือทั้งสองแบบยังต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับมรรยาททนายความเหมือนกัน เช่น การรักษาความลับของลูกความ และการไม่ทอดทิ้งคดี แต่ทนายอาสาอาจมีจำนวนคดีที่รับต่อคนสูง ทำให้เวลาที่ให้กับแต่ละคดีอาจไม่มากเท่ากรณีจ้างเอง ควรถามให้ชัดตั้งแต่ตอนขอรับความช่วยเหลือ
ทนายอาสาช่วยเรื่องอะไรได้บ้างนอกจากว่าความ?
ช่วยได้หลายอย่างตามที่โครงการกำหนด โดยทั่วไปคือให้คำปรึกษาเชิงกฎหมาย ช่วยร่างหนังสือหรือคำร้อง ช่วยอธิบายขั้นตอนที่จะต้องเจอในศาล และช่วยประเมินว่าคดีของเรามีทางสู้หรือไม่ บางแห่งช่วยเจรจากับอีกฝ่ายก่อนขึ้นศาลด้วย แต่ทั้งหมดนี้ต้องอยู่ในกรอบที่โครงการกำหนดไว้
ถ้าเราเข้าเงื่อนไขของโครงการที่ช่วยถึงชั้นศาล เขาก็จะดำเนินการแทนได้ แต่ถ้าเข้าเงื่อนไขแค่ระดับให้คำปรึกษา เราต้องนำคำแนะนำนั้นไปดำเนินการเอง หรือหาช่องทางอื่น เช่น ขอใช้สิทธิเรื่องค่าธรรมเนียมศาลตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งศาลชั้นต้นอาจอนุญาตให้ยกเว้นได้หากพิสูจน์ว่าไม่สามารถเสียได้จริง
ถ้าเข้าเงื่อนไขไม่ครบ จะทำอย่างไรต่อ?
ยังมีทางเลือกอื่น อย่างแรกคือกลับไปดูว่ามีโครงการอื่นที่เงื่อนไขต่างออกไปหรือไม่ เพราะแต่ละแห่งมีเกณฑ์ไม่เหมือนกัน อย่างที่สองคือดูว่าคดีของเราเข้าเกณฑ์ที่รัฐต้องจัดหาทนายให้หรือไม่ ในคดีอาญาบางประเภทที่มีอัตราโทษหนัก หรือกรณีผู้ต้องหาอายุไม่เกินสิบแปดปี พนักงานสอบสวนต้องถามก่อนว่ามีทนายหรือยัง ถ้าไม่มีต้องจัดหาให้
ทางเลือกที่สามคือขอความช่วยเหลือเรื่องค่าธรรมเนียมศาล คู่ความที่ไม่มีเงินเสียค่าธรรมเนียมสามารถยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นพร้อมคำฟ้องหรือคำให้การ หรือยื่นในภายหลังหากตกเป็นผู้ไม่สามารถเสียได้ ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายลงได้ระดับหนึ่ง ควรศึกษาขั้นตอนให้ดีก่อนยื่น
ทนายอาสาต้องเป็นทนายที่มีใบอนุญาตเท่านั้นหรือไม่?
ต้องมีใบอนุญาต กฎหมายห้ามผู้ที่ไม่ได้จดทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นทนายความ หรือผู้ที่ขาดจากการเป็นทนายความ ว่าความในศาล หรือแต่งฟ้อง คำให้การ อุทธรณ์ ฎีกา คำร้อง หรือคำแถลงเกี่ยวกับการพิจารณาคดีให้บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำตามหน้าที่ตามกฎหมาย
ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้นถ้ามีคนเสนอตัวว่าความให้โดยอ้างว่าเป็นทนายอาสา ควรตรวจสอบสถานะให้แน่ใจก่อน เพราะหากไม่มีใบอนุญาต เขาอาจถูกดำเนินคดี และคดีของเราก็เสี่ยงเสียหายจากการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ
ก่อนใช้บริการ ควรเช็กอะไรเกี่ยวกับทนายอาสาบ้าง?
ควรเช็กสามเรื่อง หนึ่งคือสถานะใบอนุญาตของทนาย สองคือขอบเขตงานที่โครงการระบุว่าช่วยถึงขั้นไหน และสามคือผู้รับผิดชอบคดีจริงคือใคร เพราะบางครั้งผู้ให้คำปรึกษากับผู้ที่ไปว่าความอาจเป็นคนละคน เรื่องนี้ส่งผลกับการเตรียมตัวและการสื่อสารตลอดคดี
นอกจากนี้ควรถามถึงช่องทางติดต่อเมื่อมีเหตุเร่งด่วน เช่น ได้รับหมายนัด ควรแจ้งใคร และใช้เวลานานเท่าไรกว่าจะตอบกลับ การรู้ล่วงหน้าช่วยให้เราวางแผนรับมือได้ ไม่ปล่อยให้กำหนดเวลาตามหมายศาลผ่านไปโดยไม่ทำอะไร ถ้าต้องการหาผู้ช่วยที่ไว้ใจได้และเทียบทางเลือกให้ชัดขึ้น ลองดูรายชื่อผ่านช่องทาง หาทนายที่ไว้ใจได้ แล้วนำข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจ
ทนายอาสาดำเนินการแทนเราได้ทุกเรื่องในคดีหรือไม่?
สำนักงานทนายความ
ไม่ได้ทุกเรื่อง เพราะการดำเนินกระบวนพิจารณาทั่วไปทนายทำแทนได้ แต่การกระทำที่เป็นการจำหน่ายสิทธิของคู่ความ เช่น ยอมรับตามคำเรียกร้องของอีกฝ่าย ถอนฟ้อง ประนีประนอมยอมความ สละสิทธิ หรือใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกา ต้องได้รับอำนาจจากตัวความโดยชัดแจ้ง
หมายความว่าแม้มีทนายอาสาดูแลคดี การตัดสินใจเรื่องใหญ่ ๆ ยังเป็นของเรา และต้องให้อำนาจเป็นหนังสืออย่างชัดเจน ทนายจะตัดสินใจแทนเองไม่ได้ อย่าลงนามในเอกสารใดเพียงเพราะคิดว่าทนายจัดการให้แล้ว ควรอ่านและถามทุกครั้งว่ากำลังให้อำนาจอะไรไป
การตั้งทนายความต้องทำเป็นหนังสือหรือไม่?
ต้องทำเป็นหนังสือ การตั้งทนายความตามกฎหมายต้องจัดทำเป็นหนังสือที่เรียกว่าใบแต่งทนาย ลงลายมือชื่อทั้งตัวความและทนายความ แล้วยื่นต่อศาลเพื่อรวมไว้ในสำนวน โดยใช้ได้เฉพาะคดีเรื่องที่ยื่นไว้เท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้ามคดีได้
คู่ความจะว่าความด้วยตนเอง หรือตั้งทนายความคนเดียวหรือหลายคนให้ว่าความแทนก็ได้ แต่ถ้ามอบอำนาจให้คนอื่นเป็นผู้แทนในคดี คนนั้นจะว่าความอย่างทนายความไม่ได้ เพียงแต่ตั้งทนายความแทนได้ ดังนั้นหากมีคนอ้างว่าเป็นผู้แทนเราจะไปว่าความให้ ต้องตรวจสอบให้ดีว่าขัดกับข้อกฎหมายนี้หรือไม่
ความลับที่เล่าให้ทนายฟัง ถูกเปิดเผยได้ไหม?
เปิดเผยไม่ได้ ทนายความมีหน้าที่ต้องไม่เปิดเผยความลับของลูกความที่รู้มาในหน้าที่ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากลูกความหรือโดยอำนาจศาล ดังนั้นเรื่องที่เราเล่าให้ทนายฟังเพื่อให้เขาว่าคดีจึงได้รับการคุ้มครองตามข้อบังคับมรรยาททนายความ
แต่หน้าที่นี้ผูกกับตัวทนาย ไม่ได้หมายความว่าเราควรเล่าทุกอย่างให้คนอื่นที่ไม่ได้เป็นทนายฟังด้วย เพราะคนเหล่านั้นไม่มีหน้าที่รักษาความลับแบบเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง การปิดบังข้อเท็จจริงกับทนายของตัวเองก็ทำให้เขาเตรียมคดีผิดพลาดได้ ทนายยังต้องไม่จงใจขาดนัด ทอดทิ้งคดี หรือปิดบังข้อความที่ควรแจ้งให้ลูกความทราบ
คำถามที่พบบ่อย ทนายอาสาและขอบเขตความช่วยเหลือ
ทนายอาสาเก็บค่าปรึกษาไหม?
ขึ้นอยู่กับโครงการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ หลายแห่งให้คำปรึกษาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แต่ในบางกรณีอาจมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการดำเนินคดี เช่น ค่าถ่ายเอกสาร ค่าเดินทาง หรือค่าธรรมเนียมศาล ซึ่งไม่ใช่ค่าจ้างทนาย ควรถามเจ้าหน้าที่ของโครงการให้ชัดเจนก่อนเริ่มใช้บริการ เพื่อจะได้เตรียมการเงินได้ถูก
ถ้ารายได้เกินเกณฑ์ของโครงการ จะทำอย่างไรได้บ้าง?
ยังมีทางเลือกอื่น เช่น ขอความช่วยเหลือเรื่องค่าธรรมเนียมศาลต่อศาลชั้นต้น หากพิสูจน์ได้ว่าไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียมได้จริง หรือเลือกจ้างทนายแบบตกลงขอบเขตงานให้แคบลง เช่น ให้ช่วยเฉพาะการร่างคำคู่ความ หรือช่วยเฉพาะนัดสำคัญ ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายลงได้ และควรขอใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเทียบทางเลือกอย่างมีข้อมูล
ทนายอาสาดูแลคดีอาญาให้ได้ไหม?
ขึ้นอยู่กับประเภทคดีและเงื่อนไขของแต่ละโครงการ คดีอาญาบางประเภทมีกฎหมายกำหนดให้รัฐต้องจัดหาทนายให้ เช่น คดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต หรือกรณีผู้ต้องหาอายุไม่เกินสิบแปดปี ซึ่งพนักงานสอบสวนต้องถามก่อนว่ามีทนายหรือยัง ถ้าไม่มีต้องจัดหาให้ ส่วนคดีที่มีอัตราโทษจำคุก หากผู้ต้องหาไม่มีทนายและต้องการ พนักงานสอบสวนต้องจัดหาให้เช่นกัน
ทนายอาสาแจ้งค่าใช้จ่ายล่วงหน้าได้หรือไม่?
ควรแจ้งได้ แต่ต้องแยกให้ชัดว่าอะไรคือค่าจ้างทนาย และอะไรคือค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี เนื่องจากข้อบังคับมรรยาททนายความห้ามทนายประกาศโฆษณาอัตราค่าจ้าง หรือแจ้งว่าไม่เรียกค่าจ้าง ยกเว้นกรณีการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายที่ดำเนินการโดยสภาทนายความหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เราจึงควรถามเป็นรายกรณีกับโครงการโดยตรง การเปรียบเทียบตัวเลขจากโฆษณาอาจทำให้เข้าใจผิดได้
ถ้าทนายอาสาทำงานไม่ตรงตามที่ตกลง ควรทำอย่างไร?
เริ่มจากพูดคุยกับทนายหรือผู้รับผิดชอบโครงการเพื่อให้ทราบปัญหาและหาแนวทางแก้ไขเป็นลำดับแรก หากยังไม่ได้ข้อยุติและเห็นว่าเป็นการผิดมรรยาททนายความ เช่น ทอดทิ้งคดีหรือปิดบังข้อความที่ควรแจ้ง อาจยื่นเรื่องต่อหน่วยงานที่กำกับดูแลทนายความเพื่อพิจารณาได้ ควรเก็บเอกสารการติดต่อและหลักฐานที่เกี่ยวข้องไว้ทุกครั้งเพื่อใช้ประกอบการชี้แจง
หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อให้เข้าใจภาพรวมของทนายอาสาและขอบเขตความช่วยเหลือ ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง แต่ละคดีมีข้อเท็จจริงและเงื่อนไขต่างกัน หากเป็นเรื่องเฉพาะของท่าน ควรปรึกษาทนายความหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะกับสถานการณ์จริง